สรุป ค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งมีอะไรบ้าง? คุมงบอย่างไรดี?

“งานแต่งงาน” เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของคู่รักที่ไม่ว่าคู่ไหนต่างก็ให้ความสำคัญ ทั้งในเรื่องการวางแผนและจัดเตรียมงาน ว่าควรให้งานออกมาในรูปแบบไหน หรือใครที่มีงานแต่งในฝันก็อยากจะจัดงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจ แต่ปัญหาที่หลาย ๆ คู่รักต้องเจอ คือเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายจนคาดไม่ถึง หากใครที่กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานอยู่ วันนี้เราจะมาแจกคู่มือ ค่าใช้จ่ายงานแต่งที่บ่าวสาวมือใหม่ต้องรู้ พร้อมเทคนิคคุมงบไม่ให้บานปลายที่คุณอาจนำไปปรับใช้ได้ ติดตามได้เลย 

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนวางแผนค่าใช้จ่ายงานแต่ง

การจัดงานแต่งงานในฝันเป็นเรื่องที่น่ายินดีของคู่รัก เพราะเป็นเสมือนการเริ่มต้นชีวิตคู่ ซึ่งในแต่ละคู่รักต่างก็มีรูปแบบการจัดงานที่ตนเองต้องการ และเพื่อให้การจัดงานแต่งครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากการจัดงานจะต้องสร้างความประทับใจแล้ว การวางแผนค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยมีสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาก่อนการจัดงาน ดังนี้

1. ขนาดของงาน / จำนวนคนที่จะมาร่วมงานแต่ง

การทำข้อตกลงเพื่อวางแผนการจัดงานและควบคุมค่าใช้จ่ายงานแต่ง จะส่งผลดีต่อการจัดงานในภาพรวม ซึ่งโดยปกติแล้วขนาดของงานและจำนวนแขกที่จะมาร่วมงานนั้น จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ งานแต่งขนาดเล็ก มักจะมีผู้ร่วมงาน 20-50 คน งานแต่งขนาดกลาง มักจะมีผู้ร่วมงาน 50-150 คน และงานแต่งขนาดใหญ่ ที่จะมีผู้มาร่วมงานมากกว่า 150 คนขึ้นไป ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยให้สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายได้แบบคร่าว ๆ ได้ ซึ่งหากมีจำนวนเยอะ ค่าใช้จ่ายก็จะมากตาม

2. รูปแบบการจัดงาน /  ธีมงานแต่ง

รูปแบบการจัดงานหรือธีมงานแต่ง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเป็นงานขนาดเล็ก และต้องการประหยัดงบอาจเลือกใช้สถานที่ที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยหรือไม่ต้องเสียเลย แต่อาจไปเน้นในเรื่องของการตกแต่งสถานที่เพื่อสร้างความโดดเด่น เช่น การใช้บ้านของตัวเอง หรือการเช่าสถานที่อย่างร้านอาหารหรือคาเฟ่สวย ๆ ที่มีบรรยากาศดี แต่หากเป็นงานขนาดกลาง อาจเลือกใช้โรงแรมที่มีพื้นที่เพียงพอกับปริมาณแขกที่มาร่วมงาน และใช้การตกแต่งช่วยเสริมบรรยากาศ อย่างการจัดดอกไม้เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา พร้อมกับมีฉากถ่ายรูป และโต๊ะต้อนรับต่าง ๆ สำหรับเขียนคำอวยพรให้กับคู่บ่าวสาว แต่หากเป็นงานแต่งขนาดใหญ่ ที่มีญาติผู้ใหญ่ หรือแขกมียศสูง การเลือกใช้โรงแรมหรู 4-5 ดาวที่มีห้องรับรองและตกแต่งอย่างสวยงาม ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ซึ่งในแต่ละสถานที่ก็มีราคาที่แตกต่างกันไป

3. จัดสรรงบประมาณ ตามรูปแบบการจัดงาน 

หลังจากสรุปรูปแบบงานที่ชัดเจนและตรงกับความต้องการของคู่รักแล้ว การกำหนดงบประมาณให้เหมาะสมกับจำนวนคนและการจัดงาน จะช่วยให้คุณเห็นถึงความชัดเจนในเรื่องของค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งนี้ ควรมีการตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นด้านอื่น ๆ เช่น ค่าชุดงานแต่ง ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม ค่าของชำร่วย หรือค่าจ้างออร์กาไนซ์ตกแต่งสถานที่(ถ้ามี) รวมเข้าไปด้วย

ค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งมีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งมีอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่ว่าที่คู่บ่าวสาวจำเป็นจะต้องรู้ และเริ่มวางแผนเพื่อจัดการไปทีละส่วน เพื่อให้งานแต่งงานออกมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น

  • ค่าสถานที่ : ค่าใช้จ่ายสำหรับสถานที่จัดงานแต่ง เป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องมี แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกและรูปแบบการจัดงานที่ต้องการ ซึ่งจะมีราคาโดยประมาณ 15,000-200,000 บาท
  • ค่าอาหารจัดเลี้ยง : การจัดอาหารสำหรับงานเลี้ยง สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนและจะจัดในรูปแบบใด ในปัจจุบันนิยมจัดอาหารในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะแบบโต๊ะจีน ที่มีราคาตั้งแต่ 600-1500 บาทต่อคน หรืออาหารในแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งมีราคา 500-100 บาทต่อคน สามารถเลือกได้ตามความต้องการ
  • ค่าเวดดิ้งแพลนเนอร์ หรือออร์แกไนเซอร์ : สำหรับคู่รักที่ยังไม่มีความชำนาญในการจัดการงานแต่ง การจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์ หรือออร์แกไนเซอร์ ก็จะช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ อีกทั้งยังสามารถกำหนดรูปแบบการจัดงานให้อยู่ในงบประมาณที่ต้องการได้ด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 25,000 บาท
  • ค่าชุดแต่งงาน  : ค่าใช้จ่ายชุดสำหรับงานแต่ง ไม่ว่าจะเป็น ชุดพรีเวดดิ้ง ชุดงานแต่ง รวมถึงค่าแต่งหน้า ค่าแหวน นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนสำคัญที่ต้องมี เพื่อให้ Mood&Tone ของงานมีความโรแมนติกและสวยงามตามธีมที่ต้องการ ซึ่งค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบงานตั้งแต่ 5,000-200,000 บาท
  • ค่าการ์ดและของชำร่วย : เป็นค่าใช้จ่ายงานแต่งที่มีไม่สูงมาก แต่เป็นส่วนสำคัญที่ควรมี โดยสามารถเลือกการ์ดและของชำร่วยที่มีราคาต่อชิ้นประมาณ 70-150 บาท ซึ่งควรผลิตมาอย่างเพียงพอสำหรับเชิญแขกมาเชิญมาร่วมงาน

เทคนิคคุมงบค่าใช้จ่ายงานแต่งไม่ให้บานปลาย

  1. ตั้งงบงานแต่งที่เหมาะสม : การคุมงบค่าใช้จ่ายงานแต่งไม่ให้บานปลาย มีข้อสำคัญคือควรกำหนดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน และมองหารูปแบบการจัดงานที่อยู่ในกรอบราคาที่เหมาะสมกับงบที่ตั้งไว้
  2. ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนฝูง : การใช้บริการคนใกล้ชิดที่มีฝีมือ เพื่อทำให้งานออกมาตรงตามความต้องการ ก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งได้ เช่น การเลือกใช้บริการเพื่อนที่เก่งด้านกราฟิกให้ออกแบบการ์ดแต่งงานให้ หรือให้เพื่อนที่มีไอเดียเจ๋ง ๆ มาช่วยจัดตกแต่งภายในงานให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เป็นต้น
  3. เลือกบริษัทรับจัดงานแต่ง : บริการจัดงานแต่ง เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งให้อยู่ในงบประมาณที่เราต้องการได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับแพ็กเกจทั้งการเลือกชุดงานแต่ง การถ่ายพรีเวดดิ้ง และการเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในพิธี เป็นต้น
  4. งานเล็กหรือใหญ่ก็ทำให้ประทับใจได้ : ความสมบูรณ์แบบของงานแต่งอาจไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงานหรือความสวยงามเล่นใหญ่ แต่อาจเป็นเรื่องของความประทับใจ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศที่อบอุ่นแลเป็นกันเอง ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ ก็สวยงามได้ในแบบที่ต้องการ

สำหรับคู่บ่าวสาวที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานใกล้กรุงเทพฯ หรือที่นนทบุรี ขอแนะนำ Riverine Place บริการห้องรับรองสำหรับจัดงานแต่งงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์กับการจัดงานในทุกรูปแบบ อีกทั้งยังมาพร้อมกับบรรยากาศที่สวยงามวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมบริการที่จอดรถได้มากถึง 300 คัน ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา บริการดีเยี่ยมได้มาตรฐาน ติดต่อเราได้ที่ 02-9666111

Conference

รายละเอียดอีเวนต์


ข้อมูลการติดต่อ